เธอทำได้! “โปรเม” ซิวนักกอล์ฟหญิงแห่งปีของแอลพีจีเอ

“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล โปรสาวขวัญใจชาวไทย ประกาศศักดาสุดยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้ารางวัลนักกอล์ฟหญิงแห่งปีของแอลพีจีเอ ทัวร์ หลังมีแต้มเหนือ ลิเดีย โค โปรสาวคู่แข่งชาวนิวซีแลนด์

โปรกอล์ฟสาวขวัญใจชาวไทย ผงาดคว้ารางวัลนักกอล์ฟหญิงแห่งปี 2016 หรือโรเล็กซ์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ด หลังจากที่จบอันดับ 4 ในการแข่งขันรายการ ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่เมืองเนเปิลส์ รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

โปรสาววัย 20 ปี สามารถทำคะแนนไปได้มากถึง 268 คะแนน รั้งอันดับ 1 ของปี มีแต้มเหนือ ลิเดีย โค ก้านเหล็กสาวนิวซีแลนด์ ที่มีแต้ม 248 คะแนน

“ฉันมีเป้าหมายแรกคือการ คว้าแชมป์ซักรายการ และฉันก็ทำได้ แต่การคว้าตำแหน่งนักกอล์ฟแห่งปีแอลพีจีเอ เป็นอะไรที่ใหญ่เกินตัวมาก มันยอดเยี่ยมมาก มันคือฝันที่เป็นจริงของฉัน ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าชื่อของฉันจะอยู่บนโทรฟี่นี้ และตอนนี้ฉันก็ภูมิใจกับตัวเองมาก” โปรสาวไทย กล่าว

นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ทำเงินรางวัลสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ และคว้าแชมป์เรซ ทู เดอะ ซีเอ็มอี โกลบ พร้อมรับโบนัสเพิ่มอีก 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (35 ล้านบาท) อีกด้วย

ยุติการซิ่ง! “รอสเบิร์ก” ประกาศหันหลังให้วงการเอฟวัน

นิโก้ รอสเบิร์ก นักขับรถสูตรหนึ่งชาวเยอรมัน ของทีมเมอร์เซเดส ประกาศอำลาวงการความเร็วอย่างเป็นทางการ จากการประกาศ เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา เพียงไม่กี่วันหลังคว้าแชมป์โลก ประจำปี 2016

ยอดนักซิ่งวัย 31 ปี คว้าแชมป์โลกสำเร็จเป็นครั้งแรก หลังเก็บ 385 คะแนน แซงชนะ ลูอิส แฮมิลตัน เพื่อนร่วมทีมชาวสหราชอาณาจักร เพียงแค่ 5 แต้มเท่านั้น หลังเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ในรายการ อาบูดาบี กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ยอดนักขับชาวเยอรมัน โพสต์ใน เฟซบุ๊ค เครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า “ผมปีนขึ้นถึงยอดเขา ผมกำลังอยู่ในจุดที่สูงที่สุด ดังนั้นนี่จึงเป็นเวลาที่เหมาะสม ผมประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว มันมหัศจรรย์อย่างยิ่ง”

“หลายคนคงเคยเห็นวีดีโอตอนที่ผมอายุ 6 ขวบ มันเป็นความฝันของผมตั้งแต่วันนั้น ผมทำสำเร็จ ผมมีความสุขอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันนี่คือปีที่ยากลำบากเช่นกัน ผมจะบอกคุณว่า ฤดูกาลนี้มันเต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์”

“ผมผลักดันตัวเองเหมือนคนบ้าในทุกสนามหลังผิดหวังมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พวกเขาเติมแรงจูงใจให้ผมขึ้นมาอยู่ในระดับที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แน่นอนว่ามันส่งผลกระทบต่อคนที่ผมรัก เพราะครอบครัวของผมต้องเสียสละทุกอย่างในการอยู่เบื้องหลังการไปสู่เป้าหมายของเรา”

ทะเลบัวแดง อุดรธานี 2559 บานชูช่อสะพรั่งรับฤดูหนาว

ทะเลบัวแดง อุดรธานี ชื่นชมความสวยงามของดอกบัวที่บานชูช่อต้อนรับลมหนาวช่วงปลายปี และรอให้นักท่องเที่ยวได้เชยชมความงดงามให้สมใจอยาก

ใกล้ช่วงเวลาสิ้นปี นอกจากจะเป็นช่วงที่เราจะได้สัมผัสลมหนาวแล้ว ยังเป็นช่วงที่ดอกไม้นานาชนิดต่างพากันบานอวดโฉม เพื่อให้นักท่องเที่ยวอย่างเราตามไปเก็บภาพความสวยงามกัน เช่นเดียวกับ “ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี” ซึ่งตอนนี้นับได้ว่าเป็นช่วงนาทีทอง เพราะดอกบัวกำลังออกดอกบานชูช่อรับลมหนาวกันแล้ว แต่จะสวยงามมากแค่ไหน วันนี้เราจะขออาสาพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวที่ทะเลบัวแดงแห่งนี้กัน ว่าแล้วก็ตามเรามาดูด้วยกันเลย

ทะเลบัวแดง ตั้งอยู่ในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ภายในบริเวณบึงน้ำจืด บึงหนองหาน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นประจำทุกปีในช่วงหน้าหนาว ดอกบัวที่นี่จะเริ่มออกดอกบานชูช่อเต็มท้องน้ำ เป็นภาพความงดงามที่สุดจะหาอะไรมาเปรียบ โดยดอกบัวจะออกดอกปริมาณมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ กว้างใหญ่สุดสายตา ซึ่งในปี 2559 จะมีการเปิดเทศกาลชมทะเลบัวแดงในวันที่ 9 ธันวาคม 2559

โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามของทุ่งดอกบัวแดงด้วยการล่องเรือท้องแบน แน่นอนว่าคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงยังเพลิดเพลินไปกับการดูนกนานาชนิด ที่ต่างบินโฉบไปมาเหนือท้องน้ำ สำหรับใครก็ตามที่อยากชมความสวยงามของทุ่งทะเลบัวแดงแบบเต็ม ๆ เราแนะนำให้มาชมแต่เช้าสักประมาณ 06.00-09.00 น. เพราะช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงที่ดอกบัวกำลังบานสวยที่สุด

การล่องเรือชมดอกบัวแดงจะมีเรือคอยให้บริการนักท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน ในราคา 500 บาท และ 300 บาท (โดยราคาที่แตกต่างกันนี้ ขึ้นอยู่กับระยะทางและระยะเวลาในการล่องเรือ แบ่งเป็นรอบเล็กและรอบใหญ่) แต่ละลำนั่งได้ทั้งหมด 8 คนโดยประมาณ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีบัตรคิวให้นักท่องเที่ยวไว้เรียบร้อย หน้าหนาวที่ใกล้กำลังมาถึงนี้ ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวอยู่ละก็ ต้องไม่พลาดชมความสวยงามของทะเลบัวแดงกันนะคะ

ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี โทร. 042 325 406-7 หรือ เฟซบุ๊ก TatUdon

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559

12 ไร่สตรอว์เบอร์รีทั่วไทย หนาวนี้ต้องไปกินกันให้หนำใจ


ไร่สตรอว์เบอร์รีทั่วไทย ชวนเที่ยวไร่สตรอว์เบอร์รี เดินเที่ยวชม ถ่ายรูปสวย ๆ พร้อมทั้งเก็บผลสดกินกันให้หนำใจ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น และบรรยากาศที่ผ่อนคลายสุด ๆ

สตรอว์เบอร์รี ถือได้ว่าเป็นพืชเมืองหนาวที่เพิ่งจะสามารถปลูกได้ในเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง และปัจจุบันยังมีการปลูกได้ในหลาย ๆ พื้นที่ของเมืองไทย วันนี้เราจึงได้รวบรวมไร่สตรอว์เบอร์รีทั่วไทยมาฝากกันค่ะ เผื่อใครไปเที่ยวผ่านไปผ่านมาจะได้แวะเที่ยวชมกัน จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลย

1. ไร่ม่อนฮัก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

หากใครวางแผนไปเที่ยวม่อนแจ่มหรือโครงการหลวงหนองหอย ต้องไม่พลาดไปเที่ยวไร่สตรอว์เบอร์รีที่สด สะอาด ไร้สารพิษ อย่างไร่ม่อนฮัก ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาสีเขียวขจี และอากาศที่เย็นสบาย รอบ ๆ ไร่ตกแต่งอย่างน่ารัก จัดเป็นมุมถ่ายภาพไว้ให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีทางเดินเล็ก ๆ ให้ได้เดินชมทั่วไร่ อีกทั้งยังมีร้านขายของฝากให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สด ๆ จากไร่กันอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟให้ได้นั่งเล่นชิล ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : บนเส้นทางไปโครงการหลวงหนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
บัตรเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน สตรอว์เบอร์รีจะมีให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้-เดือนเมษายน 2560
โทรศัพท์ : 09 0918 1782
เฟซบุ๊ก : ม่อนฮัก – Monhug Flower Garden And Camping

2. สตรอเบอรีวงค์วาน จังหวัดเชียงใหม่
ไร่สตรอเบอรีวงค์วาน ถือได้ว่าเป็นไร่สตรอว์เบอร์รีไร่แรก ๆ ของสะเมิงที่เปิดไร่ทำการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่นี่เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาอันอุดมสมบูรณ์และเงียบสงบ ทางไร่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตลอด และยังให้นักท่องเที่ยวได้เดินทอดน่องชมแปลงปลูกสตรอว์เบอร์รีอย่างใกล้ชิด มีสตรอว์เบอร์รีสด สะอาด รสชาติหวาน ๆ ให้ชิมกันไม่รู้เบื่อ นอกจากนี้ยังมีสินค้าแปรรูปจากสตรอว์เบอร์รีและผัก-ผลไม้สด ๆ จากไร่มาจำหน่าย มีลานกางเต็นท์ ร้านอาหารและร้านกาแฟไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ที่ตั้ง : 253 หมู่ 9 ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่
บัตรเข้าชม : ค่าเข้าชมคนละ 20 บาท
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ไร่สตรอว์เบอร์รีจะมีไปจนถึงเดือนเมษายน
โทรศัพท์ : 09 6354 0602, 08 5712 0901
เฟซบุ๊ก : ไร่สตรอเบอรีวงค์วาน

3. ไร่สตรอว์เบอร์รี บ้านนอแล ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

ถ้าพูดถึงแหล่งปลูกผลไม้และดอกไม้เมืองหนาวสถานที่แรก ๆ ของเมืองไทย ก็ต้องยกให้ที่นี่เลยค่ะ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งบริเวณรอบ ๆ สถานีก็จะมีหมู่บ้านชาวเขาปลูกพืชผักและดอกไม้เมืองหนาวกันมากมาย โดยเฉพาะสตรอว์เบอร์รี ที่มีการปลูกมากในแถบหมู่บ้านนอแล เพราะพื้นที่ของหมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นเนินเขาและตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่มากมาย ซึ่งเหมาะแก่การปลูกสตรอว์เบอร์รีแบบนาขั้นบันได ไม่ต้องบอกใช่ไหมคะว่ายามเช้าที่มีสายหมอกขาวละมุนลอยไปมา แล้วมีแดดสีทองส่องลงมา มันจะฟินขนาดไหน ^^

ที่ตั้ง : หมู่บ้านนอแล ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ช่วงเวลาท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิยายน-ปลายเดือนกุมภาพันธ์

4. ไร่นภ-ภูผา จังหวัดเชียงใหม่
ไร่นภ-ภูผา เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีเล็ก ๆ ที่ถูกก่อกำเนิดขึ้นมาจากเจ้าของที่มีใจรักในการทำการเกษตร จากหนึ่งแปลง เพิ่มเป็นสองแปลง จากสองแปลงเพิ่มเป็นไร่ จนปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสุดฮอตฮิตของเชียงใหม่ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศโดยรอบไร่จะสวยงาม อากาศเย็นสบาย อีกทั้งยังเป็นช่วงที่สตรอว์เบอร์รีให้ผลผลิต นักท่องเที่ยวจึงจะได้เที่ยวชมไร่สตรอว์เบอร์รีท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม อีกทั้งที่นี่ยังมีที่พักและลานกางเต็นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่
บัตรเข้าชม : เข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน (ไร่สตรอว์เบอร์รีจะมีให้ชมไปจนถึงเดือนเมษายน)
โทรศัพท์ : 08 8404 2553, 08 1603 9800
เฟซบุ๊ก : ไร่นภ-ภูผา

5. ไร่ไผ่สีทอง จังหวัดเชียงใหม่
ไร่ไผ่สีทอง เป็นอีกหนึ่งไร่ที่ปลูกสตรอว์เบอร์รีแบบปลอดสารพิษ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สามารถมาเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว บริเวณรอบ ๆ ไร่รายล้อมไปด้วยภูเขา และธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีบ้านพักที่ตั้งอยู่กลางไร่สตรอว์เบอร์รี ยามเช้านักท่องเที่ยวจะได้ตื่นมาท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายและสดชื่น พร้อมกับภาพของสายหมอกสีขาวลอยละล่องอยู่เหนือไร่สตรอว์เบอร์รี บรรยากาศเงียบสงบ ไม่เพียงเท่านั้นยังจะได้กินอาหารและเครื่องดื่มเมนูสตรอว์เบอร์รีอีกมากมาย อ่อย…แค่คิดก็ฟินแล้ว ^^

ที่ตั้ง : บ้านแม่สาบ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่
บัตรเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมไร่ทุกวัน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายนของทุกปี เวลา 08.00-17.00 น.
โทรศัพท์ : 08 6312 5680, 08 1180 5258
เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : strawberrychiangmai.com, ไร่ไผ่สีทอง

6. สตรอเบอรี่สวนหลังบ้าน จังหวัดเชียงราย
สตรอเบอรี่สวนหลังบ้าน เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีเล็ก ๆ ที่ถูกรังสรรค์และแต่งเติมขึ้นจากความฝันของเจ้าของไร่ ที่อยากมีไร่สตรอว์เบอร์รีแบบปลอดสารพิษ ซึ่งได้เริ่มจากที่ดินผืนน้อยนิดบริเวณหลังบ้านของครอบครัว พลิกฟื้นสวนเก่าให้กลายมาเป็นไร่สตรอว์เบอร์รีแบบปลอดสารพิษ 100% และยังเป็นต้นแบบให้กับชาวบ้านในพื้นที่ในการทำเกษตรแบบอินทรีย์อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
โทรศัพท์ : 08 6690 6300
เฟซบุ๊ก : สตรอเบอรี่สวนหลังบ้าน Backyard Strawberry

7. ไร่บ่าวน้อยสตรอเบอร์รี่ จังหวัดเชียงราย
หากใครมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ต้องไม่พลาดเข้าไปเที่ยวชมไร่บ่าวน้อยสตรอเบอร์รี่ แหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของอำเภอแม่สาย ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่อากาศจะเย็นสบายและมีสายหมอกบาง ๆ ให้ได้ชื่นชมยามเช้า นอกจากนี้หากใครอยากพักผ่อนนอนหลับฝันหวานกลางไร่สตรอว์เบอร์รี ที่นี่ก็มีบริการที่พักด้วยเช่นกัน

ที่ตั้ง : 68/1 หมู่ 1 บ้านจ้องซอย 7 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
บัตรเข้าชม : บริเวณแปลงสาธิต เข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด : ช่วงเดือนธันวาคมลูกค้าทั่วไปสามารถเข้าชมได้บริเวณแปลงสาธิต เดือนมกราคมสามารถเข้าเก็บสตรอว์เบอร์รีในแปลงใหญ่ได้
โทรศัพท์ : 09 3286 8656, 08 2932 0243
เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : raibaonoi.com, ไร่บ่าวน้อยสตรอเบอร์รี่

8. ไร่รุ่งเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ไม่ใช่แค่เพียงพื้นที่ทางจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายเท่านั้นที่มีไร่สตรอว์เบอร์รีให้ได้เที่ยวชม เพราะทางฝั่งอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็มีไร่สตรอว์เบอร์รีให้ได้ไปฟินด้วยเหมือนกัน ซึ่งที่ไร่รุ่งเขาค้อ ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่อยากให้พลาด ที่นี่มีแปลงสตรอว์เบอร์รีให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม พร้อมกับเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สตรอว์เบอร์รีไปเป็นของฝาก อีกทั้งยังมีที่พักไว้รองรับอีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
บัตรเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ฤดูกาลท่องเที่ยวไร่สตรอว์เบอร์รี จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
โทรศัพท์ : 08 1983 9798
เฟซบุ๊ก : ไร่รุ่งเขาค้อรีสอร์ท

9. สวนภูภูมิ จังหวัดพิษณุโลก
สวนภูภูมิ เป็นสวนผลไม้ที่น่าเที่ยวชมมาก ๆ เพราะที่นี่เป็นแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก โดยนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมไร่สตรอว์เบอร์รีที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติที่สวยงามอุดมสมบูรณ์ พร้อมกับลิ้มรสรสชาติหวานกรอบอร่อยของสตรอว์เบอร์รีปลอดสารพิษ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสวนเมลอน สวนมัลเบอร์รี และพืชพรรณอื่น ๆ ให้ได้ เที่ยวชมมากมาย

ที่ตั้ง : กิโลเมตรที่ 77 ทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) ตำบลนครไทย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
บัตรเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เข้าชมได้ทุกวัน สตรอว์เบอร์รีจะมีให้เที่ยวชมถึงเดือนเมษายน
โทรศัพท์ : 08 6756 4662
เฟซบุ๊ก : สวนภูภูมิ

10. ไร่สตรอเบอรี่ยักษ์ เขาค้อ
สตรอเบอรี่ยักษ์ เขาค้อ เป็นสวนสตรอว์เบอร์รีเล็ก ๆ บนเขาค้อ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมในช่วงหน้าหนาว ตั้งอยู่บนเนินเขา ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ยิ่งถ้าไปเที่ยวช่วงหน้าหนาวก็จะได้สัมผัสกับอากาศเย็น ๆ ได้กินสตรอว์เบอร์รีสด ๆ ทั้งรสชาติหวานฉ่ำและเย็นชื่นใจ ไม่ฟินก็ให้มันรู้ไป 🙂

ที่ตั้ง : สตรอเบอรี่ยักษ์สวนที่ 1 และ 2 อยู่บนเขาค้อ ส่วนสตรอเบอรี่ยักษ์สวนที่ 3 อยู่ทางขึ้นภูทับเบิก
โทรศัพท์ : 08 0853 6318
เฟซบุ๊ก : ไร่สตรอเบอรี่ยักษ์ เขาค้อ

11. ไร่นายต้องแวะ วังน้ำเขียว
ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่ก็สามารถสัมผัสกับไร่สตรอว์เบอร์รีสวย ๆ กันได้ที่ไร่นายต้องแวะ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม มองเห็นอ่างเก็บน้ำและแนวภูเขาสูงใหญ่ มีอากาศเย็นสบาย บรรยากาศโดยรอบผ่อนคลายสุด ๆ ยิ่งถ้าได้ไปเที่ยวในช่วงหน้าหนาวก็จะยิ่งฟิน เพราะบรรยากาศจะสวยงามมาก และผลสตรอว์เบอร์รีสดก็จะอร่อยกรอบหวานฉ่ำ

ที่ตั้ง : ริมอ่างลำพระเพลิง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
โทรศัพท์ : 09 2806 0907
เฟซบุ๊ก : ไร่นายต้องแวะ สตอเบอรี่

12. สวนละไม จังหวัดระยอง

สวนละไม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งเต็มไปด้วยพืชสวน พืชไร่ ผัก และผลไม้มากมาย หลากหลายชนิด พร้อมทั้งยังมีการจัดสรรพื้นที่ให้สวยงาม น่าเที่ยวชม โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวนี้ที่ทางไร่จะเปิดให้เข้าชมไร่สตรอว์เบอร์รี ทุ่งคอสมอส สวนดอกไม้ สวนผลไม้ ฟาร์มแกะ ฯลฯ พร้อมทั้งเลือกซื้อผลิตผลจากทางไร่ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2559-26 กุมภาพันธ์ 2560 ใครกำลังไปเที่ยวทางฝั่งตะวันออกก็อย่าได้พลาดเชียว
ที่ตั้ง : 19/9 ถนนบ้านบึง-แกลง (สาย 344) ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
บัตรเข้าชม : ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท (เที่ยวชมและร่วมกิจกรรมได้ทั้งสวน)
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 24 ธันวาคม 2559-26 กุมภาพันธ์ 2560
โทรศัพท์ : 09 8737 4983
เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : suanlamai.com, สวนละไม / Suan Lamai

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559

เงินพนันสะพัด 3.5 แสนล้าน คนเล่นหวยใต้ดินมากที่สุด

จากงานศึกษาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ในทุกกลุ่มอายุ ชนิดของการพนันที่เล่นเป็นครั้งแรกมากที่สุดคือ หวยใต้ดิน แต่เมื่อดูกลุ่มอายุไม่เกิน 24 ปี พบว่า ไพ่, พนันฟุตบอล, ไฮโล และกีฬาพื้นบ้าน รวมกันแล้วก็มีอัตราสูงพอ ๆ กับหวยใต้ดิน และถ้าแบ่งตามเพศก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างชัดเจน โดยเพศหญิงจะเล่นสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดินมากกว่าเพศชาย ขณะที่เพศชายจะนิยมเล่นการพนันประเภทไพ่, พนันฟุตบอล, ไฮโล กีฬาพื้นบ้าน และมวย/มวยตู้ มากกว่า

ส่วนเหตุผลของการเล่นพนันครั้งแรก คือต้องการเสี่ยงโชค ซึ่งก็มีความแตกต่างกันอีก ระหว่างหญิง-ชาย เพราะผู้หญิงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เล่นหวยและสลากกินแบ่งฯ นอกจากต้องการเสี่ยงโชคแล้ว ยังเล่นเพื่อความสนุกสนาน ส่วนผู้ชายกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ที่เล่นการพนันในบ่อนและกีฬาพื้นบ้านจะเล่นเพื่อความสนุก เชื่อมั่นว่าตัวเองเก่งและมีโอกาสชนะ รวมถึงมองว่าเป็นรายได้เสริม

เมื่อคำนวณทั้งประเทศ ผลประมาณการจำนวนนักพนันในปี 2553 พบว่า หวยใต้ดินมีผู้เล่นมากที่สุด 19.92 ล้านคน รองลงมาคือสลากกินแบ่งรัฐบาล 19.21 ล้านคน แต่ต้องไม่ลืมว่าคนคนหนึ่งสามารถเล่นการพนันได้หลายประเภท และถ้ารวมปริมาณเงินพนันทุกประเภทในปี 2553 จะคิดเป็นวงเงินประมาณ 357,275 ล้านบาท
เผย 70 เปอร์เซ็นต์เล่นพนันในชุมชนและรอบบ้าน

สำหรับกลุ่มอายุไม่เกิน 24 ปี จำนวน 46.6 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่า การเล่นพนันครั้งแรกเล่นเอง โดยไม่มีใครชวน ขณะที่ 46.3 เปอร์เซ็นต์บอกว่า เพื่อนเป็นคนชวน ญาติและคนในครอบครัวชวนให้เล่นอีกอย่างละ 3.5 เปอร์เซ็นต์

“กลุ่มผู้ชายจะรู้สึกว่า การพนันกีฬาบางชนิด ถ้าเล่นแล้วทำให้มีความเป็นผู้ชายมากขึ้น ส่วนกรณีที่บอกว่าไม่มีใครชวนนั้น หมายถึงไม่ได้ชวนด้วยการบอกกล่าว แต่อาจเป็นการชวนด้วยพฤติกรรม ดังนั้น การชักชวนจึงมีทั้งการชวนด้วยคำพูดและภาษากาย” ศิริพรกล่าวเสริม

ตัวเลขที่น่าวิตกอยู่ที่แหล่งที่ใช้เล่นการพนัน ซึ่งพบว่า 68.4 เปอร์เซ็นต์เล่นการพนันในพื้นที่ชุมชนและรอบ ๆ บ้าน และเป็นการเล่นที่บ้านถึง 30.1 เปอร์เซ็นต์

บุกจับบ่อนการพนันไก่ชนศรีสุนทรรวบได้ 4

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ม.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ตภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชาณุชาญ ชลสุวัฒน์ผกก.สภ.ถลาง นำโดย พ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ รอง ผกก.ป.สภ.ถลาง พ.ต.ท.ประสาน โตวอน สวป.สภ.ถลางร.ต.ท.สุชาติ ลือชา รอง สวป.สภ.ถลางด.ต.ศร มณีมาศ ด.ต.ประสาน พึ่งผล ส.ต.อ.ธงชัย หนูพุ่ม ส.ต.ต.พรณรงค์ สุขอนันต์ ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ สูงสง่าวงศ์ เข้าจับกุมบ่อนการพนันไก่ชน ในบริเวณบริษัทปูนตรานก ถ.เทพกระษัตรี ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง เนื่องจากบ่อนพนันไก่ชนแห่งนี้แอบเปิดให้เล่นเป็นประจำ

จากการจับกุม โดยมีนักเล่นการพนันไก่ชนอยู่ภายในกว่า 30 คน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ ต่างวิ่งหลบหนีลงทุ่งนา แต่เจ้าหน้าที่วางกำลังโดยรอบกวาดต้อนเข้ามา สามารถจับกุมได้ทั้งหมด จำนวน 4 คนเป็นแรงงานพม่า มีนายนะ อายุ 43 ปี นายหลี อายุ 34 ปี นายโอ อายุ 30ปีและนายแถบ อายุ 30 ปี

จากการตรวจสอบ พบว่าบ่อนไก่แห่งนี้ โดยภายในบ่อนมีสังเวียนชนไก่ 1 สังเวียน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้น เพื่อตรวจสอบสิ่งผิดกฎหมายอย่างละเอียด ก่อนจะควบคุมตัวพร้อมของกลาง สังเวียนชนไก่ 2 ชุด สุ่มครอบไก่ นาฬิกาจับเวลา 1เรือน อุปกรณ์ในการรักษาไก่อีกจำนวนหนึ่งและเงินสดจำนวน 220 บาท นำขึ้นรถสายตรวจ ไปยัง สภ.ถลาง เพื่อทำประวัติ ก่อนที่จะมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ถลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“มุ้ย” เบิ้ล! “ช้างศึก” บุกอัด “เมียนมา” 2-0 ตัดเชือกซูซูกิ คัพ นัดแรก

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ครั้งที่ 11 หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 รอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง เลกแรก ทีมชาติเมียนมา รองแชมป์กลุ่มบี เปิดสนามธุวันนา รับการมาเยือนของแชมป์กลุ่มเอ ทีมชาติไทย

10 นาทีแรกทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าหากันเต็มที่ แต่ยังไม่มีโอกาสได้จบสกอร์ให้แฟนบอลได้หวาดเสียว

นาทีที่ 15 เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้สับไกด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษ แต่ คยอว์ ซิน พโย นายด่านเจ้าถิ่นยังไม่พลาด พุ่งตัวรับไว้ได้

ถัดมา 4 นาที ทีมชาติไทยน่าได้ประตูขึ้นนำ ธีรศิลป์ แดงดา ได้บอลทะลุช่องหลุดเดี่ยว แต่จังหวะสุดท้ายใจกว้างไหลให้ เกริกฤทธิ์ แต่น้ำหนักแรงเกินไป บอลออกหลังอย่างน่าเสียดาย

หลังจากบุกอยู่พักใหญ่ นาที 23 ไทยก็ขึ้นนำจนได้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แทงทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ ธีรศิลป์ ก่อนหัวหอกกัปตันทีมยิงด้วยซ้ายบอลเข้าประตูไป เมียนมา 0-1 ไทย

ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรก เป็นไทยที่ครองเกมได้เหนือกว่า แต่ยังยิงเพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาที ไทยนำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลัง เมียนมาได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 52 อ่อง ธู ได้ยิงในเขตโทษ แต่บอลเบา ไม่ผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

นาที 55 เอาไปสิบคะแนนเต็มสำหรับ ธีรศิลป์ เมื่อหลบสองแนวรับเมียนมา ก่อนซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเรียดเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ไทยขึ้นนำ 2-0 และเป็นประตูที่ 5 ในรายการนี้ของเจ้ามุ้ย ขึ้นนำเป็นดาวซัลโว

ช่วงเวลาที่เหลือ เป็นขุนพลช้างศึกที่ครองเกมได้เหนือกว่า แต่ยิงเพิ่มไม่ได้ ขณะที่เมียนมาก็โต้กลับไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก

หมดเวลาการแข่งขัน ไทยบุกชนะเมียนมา 2-0 กุมความได้เปรียบก่อนในนัดแรก นัดที่สองจะกลับไปเล่นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 8 ธ.ค. 2559 เวลา 19.00 น.

รายชื่อ 11 ตัวจริงทีมชาติไทย (3-4-3) : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ; ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์, กรวิทย์ นามวิเศษ ; ทริสตอง โด, ธีราทร บุญมาทัน, ปกเกล้า อนันต์, สารัช อยู่เย็น ; เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา

สุดยอดเทคโนโลยี! สื่อนอกชี้ “โกลไลน์” จุดเปลี่ยน “หงส์” พ่าย “บอร์นมัธ”

ผลงานเทคโนโลยีโกลไลน์ ทำหน้าที่ 100 % ในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกไปแพ้ บอร์นมัธ 3-4 แต่หากลูกนี้เป็นประตู จะทำให้ ”หงส์แดง” นำเจ้าถิ่น 4-1 และเป็นไปได้ที่เกมอาจจะไม่จบลงด้วยแบบนี้ งานนี้เชื่อ ”เดอะ ค็อป” คงไม่ปลื้ม เพราะสร้างความเสียหายให้กับพวกเขา

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 นัดที่ 14 ที่สนามวิทาลิตี้ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา บอร์นมัธ พลิกแซงเอาชนะ ลิเวอร์พูล 4-3 อย่างไรก็ตาม หลังจบเกม สื่อประจำเกาะอังกฤษ ชี้ว่า โกลไลน์ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของเกมนี้ ซึ่งหากลูกนี้เข้าเป็นประตู เกมอาจจะไม่จบลงเอยแบบนี้ก็ได้

โดยจังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทีมเยือนนำเจ้าถิ่นอยู่ที่สกอร์ 3-1 และมีโอกาสนำห่างไปเป็น 4-1 จากลูกเตะมุมธงของ เจมส์ มิลเนอร์ ที่บรรจงปั่นบอลลอยโค้ง เหมือนเข้าประตูไปแล้ว ทว่าโกลไลน์ไม่ส่งสัญญานไปที่ผู้ตัดสิน และจากภาพช้าก็แสดงให้เห็นว่าลูกบอลยังไม่เลยข้ามเส้นไปเต็มลูกจริงๆ

ชาวบ้านแตกตื่น รอยพญานาคโผล่หน้าโบสถ์ ขณะทำพิธีบวชพระ

หลังผู้นำชุมชน ชาวบ้านกำลังร่วมกันทำพิธีแห่นาคเข้าโบสถ์ กลับมีคนไปพบรอยพญานาคโผล่ขึ้นที่หน้าโบสถ์จนคนแตกตื่นฮือฮาไปทั่วหมู่บ้าน เชื่อเป็นสิริมงคลให้กับหมู่บ้านเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม คนแห่กราบไหว้ขอพรเป็นสิริมงคลกันไม่ขาดสายต่อเนื่อง

(5 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากกำนันตำบลโคกกุง อ.แก้งคร้อ ว่ามีชาวบ้านจำนวนมากพบรอยประหลาดคล้ายรอยพญาคปรากฏอยู่บริเวณหน้าโบสถ์ของวัดโพธิสัตย์โคกกุง ขณะที่ชาวบ้านกำลังร่วมกันทำพิธีบวชพระให้กับลูกหลานคนในหมู่บ้าน ซึ่งสร้างความฮือฮาแก่ชาวบ้านหลายร้อยคนที่มาร่วมงานบวชในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบถึงสถานที่เกิดเหตุการณ์ประหลาดดังกล่าว พบว่ามีรอยคล้ายงูขนาดใหญ่จำนวนมากลักษณะเลื้อยเข้ามาไปภายในรอบตัวโบสถ์ และกำลังมีชาวบ้านหลายร้อยคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่คนเฒ่าคนแก่กำลังจุดธูปเทียนนั่งยกมือไหว้ก้มกราบด้วยความเชื่อและศรัทธาว่าน่าจะเป็นรอยพญานาคโผล่มาร่วมงานบวชในครั้งนี้ด้วยจริงๆ และแสดงปฎิหารย์ให้ชาวบ้านได้เห็น ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านหลายคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยเช่นกัน

คุณยายสวรรค์ หาญพยัฆค์ อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นทายกทายิกาภายในวัดโพธิสัตว์โคกกุง กล่าวว่าตนเองอยู่กับวัดนี้มานานหลายสิบปี ตั้งแต่เกิดมาจนถึงป่านนี้ไม่เคยเห็นรอยประหลาดนี้มาก่อนแต่อย่างใดซึ่งตัวคุณยายเองเชื่อว่าเป็นเรื่องประหลาดมากๆและรู้สึกเป็นบุญมากที่มีโอกาสได้เห็นกับตาตนเองและเชื่อว่าเป็นรอยพญานาคตามคำบอกเล่าของบรรพบุรุษ

ส่วนทางด้าน นายเรืองฤทธิ์ บุญกัน กำนันตำบลโคกกุงกล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะพบรอยประหลาดชาวบ้านกำลังจัดงานบวชให้กับว่าที่ ร้อยตรี จามิกรณ์ จันทสุโท อายุ21ปีโดยมีขบวนชาวบ้านนำพ่อนาคแห่รอบหมู่บ้านและนำพ่อนาคเข้าสู่บริเวณวัดเพื่อทำพิธีบรรพชาซึ่งขณะนั้นมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาแจ้งกับตนว่าพบรอยคล้ายรอยพญานาคบริเวณหน้าโบสถ์

โดยส่วนตัวถือว่าเป็นศิริมงคลแก่หมู่บ้านโคกกุง มากในครั้งนี้และเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลให้กับคนในหมู่บ้านเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 5 ธันวาคม นี้ต่อไปในครั้งนี้ด้วย

พระอธิการแสง กตภโร เจ้าอาวาสวัดโพธิสัตย์ กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าในช่วงสายก็ได้ให้บรรดาพระลูกวัดและชาวบ้านไปปัดกวาดทำความสะอาดบริเวณรอบอุโบสถซึ่งก็ไม่พบว่ามีรอยประหลาดนี้แต่อย่างใด แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีตามความเชื่อของคนเฒ่าแก่มาแต่โบราณ แต่จะให้กล่าวว่าเป็นรอยของอะไรคงตอบไม่ได้ให้ใช้ดุลพินิจพิจารณากันเอาเองแต่ถ้าจะพูดถึงสมัยพุธทกาลเรื่องพญานาคก็มีกล่าวไว้ในตำนานเล่าสืบต่อกันมายาวนานมาแต่โบราณด้วยเช่นกัน

น้องฝน คนไข้น้ำมันลวกหน้าก้มกราบ สมเด็จพระเทพฯ ดีใจที่ได้เข้าเฝ้า

“น้องฝน” คนไข้น้ำมันลวกหน้า ก้มกราบพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดีใจได้เข้าเฝ้า เผยทำทุกอย่าง เพื่อให้พบและกราบพระบาทสักครั้งในชีวิต

หลังจากที่ในสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์เรื่องราวที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ระหว่างที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปทรงเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 42 ซึ่ง น.ส.บุปผา พงศ์ชนะ ได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นผู้ถวายรายงาน พร้อมกับได้นำเอกสารคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์กราบบังคมทูล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงช่วยเหลือเธอเอาไว้ จากการถูกน้ำมันตะเกียงไฟลวกใบหน้า พร้อมก้มลงไปกราบพระบาท

ล่าสุดจากการลงพื้นที่ไปติดตามเรื่องราวชีวิตของน้องน้ำฝน ที่บ้านพักเลขที่ 5 หมู่ 4 ต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา พบว่าสภาพครอบครัวของน้องน้ำฝน ค่อนข้างลำบาก ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ต้องอาศัยอยู่ในบ้านเช่าสภาพเก่ามุงด้วยสังกะสี ต้องเสียค่าเช่าเดือนละ 500 บาท และอาศัยรวมกัน 4 ชีวิต นายประวิทย์ พงศ์ชนะ อายุ 56 ปี พ่อซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ทำงานไม่ได้ ต้องอาศัยเงินจากแม่ ซึ่งมีอาชีพทำงานก่อสร้าง น้องฝนเล่าเหตุการณ์ก่อนที่จะได้พบกับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า

ตั้งใจที่จะทำโครงงานให้ได้รับรางวัลชนะเลิศ เพื่อที่จะได้พบกับพระองค์ท่าน เพราะทราบว่าพระองค์จะเสด็จมาในงานนี้ เพื่อขอบคุณที่ได้ให้การช่วยเหลือรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งแม่บอกเสมอว่าพระองค์มีบุญคุณกับครอบครัวเธอมาก จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้มุ่งมั่นตั้งใจเรียน และไม่อายที่จะถูกเพื่อนล้อ และตั้งใจที่จะพบพระองค์ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตเพื่อเข้าเฝ้าฯ กราบพระบาทด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งก็ได้ทำสำเร็จแล้ว และความตั้งใจอีกอย่างคือจะสอบให้ได้ตามที่พระองค์ได้บอกไว้ว่า จะส่งเสียให้เรียน

น้องฝน เล่าว่า ตอนนี้กำลังรอผลสอบของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่จะประกาศผลในกลางเดือนนี้ โดยตั้งใจจะศึกษาในคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ความฝันอยากเป็นครูเคมี จึงพยายามตั้งใจเรียนมาตลอดและมีเกรดเฉลี่ยสูงสุด 3.79 โดยเขียนคติประจำใจติดไว้ข้างฝาในห้องนอนเช่น “พึ่งตนเองให้มากอย่าได้หวังพึ่งสถาบันกวดวิชาแพงๆ พึ่งตนเองอ่านเองยืนด้วยตัวเอง” หรือ “คนที่มุ่งมั่นจริงไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้” และ ”ติวตัวเองที่บ้านทั้งสบายประหยัดติวตอนไหนก็ได้ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม”

ซึ่งผลจากความมุ่งมั่นนอกจากจะได้รับรางวัลชนะเลิศโครงงานวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้แล้ว ยังเคยได้รับรางวัลอันดับ 3 ผู้นำการอ่านระดับประเทศ รวมทั้งรางวัลเยาวชนดีเด่นของ จ.สงขลา ในปีนี้ด้วยสำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือน้องฝนและครอบครัวติดต่อโดยตรงที่น้องฝน หมายเลขโทรศัพท์ 098-7322353 และ 096-1102041 หรือผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาสทิงพระ หมายเลขบัญชี 923-0-35229-2 น.ส.บุปผา พงศ์ชนะ