สืบตามเจอแม่ใจร้าย ทิ้งลูกแรกเกิด ที่แท้อายุแค่ 19 กลัวพ่อแม่รู้

ตำรวจขอนแก่นสืบหาเบาะแส แม่ใจร้ายนำเด็กทารกวัยสัปดาห์เศษๆ วางทิ้งไว้กลางซอย ที่แท้เป็นสาววัย 19 ปี ไม่มีปัญญาเลี้ยง กลัวพ่อแม่รู้ว่าท้อง

ความคืบหน้ากรณีมีคนพบเด็กทารก อายุประมาณ 1 สัปดาห์ ถูกทิ้งไว้ริมถนนกลางซอยพัทยา 3 บ้านโนนทัน หมู่ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น เมื่อกลางดึกของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่สืบทราบหาเบาะแสของแม่ที่ทอดทิ้งลูกได้แล้ว

พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น กล่าวว่า ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ได้ออกติดตามหาแม่ของเด็กที่นำมาทิ้ง โดยประสานไปทางโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อสืบหาแม่ของเด็ก กระทั่งได้ข้อมูลว่าเป็นเด็กที่ทำคลอดจากโรงพยาบาลขอนแก่น

จากนั้นทางโรงพยาบาลได้โทรติดต่อไปยังแม่ของเด็ก โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อโทรศัพท์ติดต่อไป แม่ของเด็กได้รับสาย พร้อมกับยอมรับว่าเป็นแม่ของเด็กที่ถูกทิ้งไปจริงๆ เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวในการรับเลี้ยงเด็ก จึงได้ประสานเพื่อติดตามหาตัวแม่ของเด็กแล้ว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบว่าแม่ของเด็กทารกเพิ่งจะอายุ 19 ปี เป็นชาวอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น หลังจากคลอดลูกแล้วเกิดความหวาดระแวงและกลัวว่าพ่อแม่จะรู้ เพราะที่ผ่านมาเก็บงำเรื่องนี้มาตลอด จึงตัดสินใจนำมาทิ้งในวันดังกล่าว

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อให้ทางญาติมารับไปดูแล พร้อมกับตั้งข้อหา “ทอดทิ้งเด็ก” ไว้ก่อน ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้จะต้องรอผลการตรวจร่างกาย ของทารกอีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อหาต่อไป

หนักกว่าที่คิด! ทีมแพทย์เผย “สารัช” ปิดเทอมยาวทั้งซีซั่น

น.พ. พรเทพ ม้ามณี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ศัลยกรรมกระดูกและไหล่ เวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลกรุงเทพ และสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ได้ออกมาเผยอาการของ สารัช อยู่เย็น กองกลางตัวหลักของ “กิเลนผยอง” และทีมชาติไทย หลังเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่กระดูกข้อเท้าหัก

โดยนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ได้เผยว่า “ปัญหาคือกระดูกด้านข้างตรงข้อเท้าของเขาหัก ทำให้ข้อเท้าหลุดออกไป และเอ็นรอบๆข้อเท้าก็หลุดด้วย การรักษาคือต้องใส่เหล็กไว้ตรงกระดูกที่หัก และเย็บซ่อมเอ็นที่อยู่ตรงข้อเท้า ทั้งหมด 3 จุด ถือว่ารุนแรงพอสมควร”

“การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี แต่กระนั้นก็ไม่ใช่เพียงแค่กระดูกหักอย่างเดียว เพราะมีทั้งข้อเคลื่อนและข้อหลุดออกไป ทำให้เอ็นรอบฉีกไปด้วย ดังนั้นการผ่าตัดจึงซับซ้อนมากกว่าการยึดด้วยเหล็กธรรมดา ขณะที่หลายคนคิดว่าการมีเหล็กอยู่ในขาจะกระทบมากแค่ไหน ถ้ากระดูกติดดีแล้วก็โอเค มีผลน้อย แต่ฟุตบอลมีจังหวะเข้าปะทะเยอะ อย่างเคส ตัง ก็ต้องเอาเหล็กออกอีก 2-3 ปีข้างหน้า”

“เนื่องจาก ตัง เป็นนักกีฬาอาชีพระดับสูง ดังนั้นเขาจึงต้องรักษาความฟิตอยู่เสมอ ถึงจะออกกำลังขาไม่ได้ แต่เราจะมีการให้ปั่นจักรยานมือแทน เพื่อรักษาความฟิต และระดับเต้นของหัวใจอยู่สม่ำเสมอ ที่นี้กว่ากระดูกจะติด กว่าเอ็นจะติด หรือลงน้ำหนักเท้าได้ คงต้องผ่านไป 4 เดือนเลย จนกว่าจะกลับมาลงสนามได้ คงต้องใช้เวลา 6 เดือนขึ้นไป”

“ก่อนที่จะต้องมาเรียกความฟิตอีก 1-2 เดือน ผมว่าคงประมาณ 6-8 เดือน หากเป็นไปตามนี้เขาก็จะกลับมาเล่นในระดับการแข่งขันได้เลย ส่วน ทีมแพทย์ นักกายภาพ ฟิตเนสโค้ช ก็คงทำงานร่วมกันอย่างหนัก เพื่อให้ตังกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมหรือดีขึ้น”

ซึ่งเท่ากับว่า “เจ้าตังค์” สารัช อยู่เย็น จะต้องพักยาว 8 เดือน และจะส่งผลให้เจ้าตัวพลาดลงสนามช่วย “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้

วัลค็อตต์ฉลองตุงที่ 100! “ปืนใหญ่” บุกอัด “ซัตตัน” 2-0 ลิ่ว 8 ทีม

ฟุตบอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ  รอบ 5
วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560
ซัตตัน (บลูสแควร์ฯ) 0-2 อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก)
สนาม : เดอะ โบโร่ สปอร์ตส์ กราวนด์

เริ่มเกมมา อาร์เซน่อล เปิดเกมบุกเข้าใส่ทันที นาทีที่ 16 อเล็กซ์ อิโวบี้ ลากจากฝั่งซ้ายตัดเข้าในก่อนจ่ายยัดไปติดแนวรับเจ้าถิ่น บอลกระดอนมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ซัดจากระยะ 20 หลา ข้ามคานออกไป

นาทีที่ 26 กรานิต ชาคา ผ่านบอลออกทางซ้ายให้ ลูกัส เปเรซ ลากไปริมเขตโทษก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู ธีโอ วัลค็อตต์ วิ่งมาข้ามหลอก ทำให้ รอสส์ วอร์เนอร์ นายด่านเจ้าถิ่นเสียจังหวะ บอลุ่งเสียบเสาเข้าไป อาร์เซน่อล ออกนำ 1-0

“ปืนใหญ่” ยังครองเกมบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 38 กรานิต ชาคา ไหลบอลให้ ธีโอ วัลค็อตต์ ลากบอลจี้เข้าเขตโทษก่อนกดด้วยขวาบอลเหินข้ามคานออกไปอีก หมดครึ่งแรก อาร์เซน่อล นำ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 55 นาโช่ มอนเรอัล หลุดไปสุดเส้นฝั่งซ้ายก่อนเปิดกลับไปที่เสาสอง ธีโอ วัลค็อตต์ วิ่งเข้ามาแปด้วยซ้ายไม่เหลือ อาร์เซน่อล ขยับหนี 2-0 พร้อมทั้งเป็นประตูที่ 100 ของเจ้าตัวในการลงเล่นให้ปืนใหญ่

นาทีที่ 57 เจ้าถิ่นได้ลุ้นบ้าง อดัม เมย์ เลี้ยงแหวกแนวรับทีมเยือนเข้ากรอบเขตโทษก่อนผ่านให้ มักซีม เบียมู ได้ยิงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 65 ซัตตัน พลาดโอกาสตีไข่แตก โรรี่ เดียคอน สับไกจากระยะ 25 หลา บอลพุ่งผ่านมือ ดาวิด ออสปิน่า ไปแล้ว แต่ชนคานอย่างจัง

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล บุกไปเอาชนะ ซัตตัน 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับ ลินคอล์น

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ซัตตัน (3-5-2) : รอสส์ วอร์เนอร์ – ไซม่อน ดาวเนอร์, เจมี่ คอลลินส์, ดีน แบ็ควิธ, เควิน อมานควาห์ – นิค ไบลี่ย์ – อดัม เมย์, เคร็ก อีสต์มอนด์, เบดเซนเต้ โกมิส – โรรี่ เดียคอน, มักซีม เบียมู
อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ดาวิด ออสปิน่า – กาเบรียล เปาลิสต้า, ร็อบ โฮลดิ้ง, ชโคดราน มุสตาฟี่, นาโช่ มอนเรอัล – โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เจฟฟ์ เรน-อดิเลด – ลูกัส เปเรซ, ธีโอ วัลค็อตต์, อเล็กซ์ อิโวบี้
ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ห้ามพลาด! “เรือใบ” ไฝว้ “โมนาโก” คืนนี้

 

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ยังมีอีก 4 คู่ ที่ให้คอบอลได้ติดตามกัน

ย้อนเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 4 คู่แรก ยิงกันถล่มทลายถึง 15 ประตู โดยเฉพาะซูเปอร์บิ๊กเมตช์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถล่ม บาร์เซโลน่า 4-0 และบาเยิร์น มิวนิค ยำใหญ่ อาร์เซนอล 5-1 ฮือฮากันไปทั้งโลก

มาถึงสัปดาห์นี้ ก็ยังมีโปรแกรมที่น่าสนใจให้ได้ติดตาม ในแมตช์คืนวันอังคาร คู่ที่ผมจะหยิบมาปรีวิวนั้น เป็นคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ โมนาโก

“เรือใบสีฟ้า” แห่งแมนเชสเตอร์ ซีซั่นนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเทรนเนอร์ จากมานูเอล เปเยกรินี่ มาเป็นเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพื่อหวังลุ้นแชมป์บิ๊กเอียร์สมัยแรกให้จงได้

แต่ไปๆมาๆ ผลงานในฤดูกาลนี้ ไม่สู้ดีเอาเสียเลย ทั้งๆที่ 6 นัดแรกในลีก ออกสตาร์ตชนะรวด แต่หลังจากที่บุกไปแพ้สเปอร์ส 0-2 เท่านั้นแหละ เป๋ไปเลย

เพราะนับตั้งแต่ต้นตุลา ถึงต้นธันวา เรือสำราญ ผลงานไม่สำราญเลยแม้แต่น้อย ชนะแค่ 4 จาก 14 นัดรวมทุกรายการ

ขณะที่ผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ก็ต้องทำใจว่า การอยู่สายเดียวกับบาร์เซโลน่า น่าจะการันตีอันดับ 2 ของกลุ่ม แทบจะร้อยเปอร์เซนต์

และก็เป็นไปตามคาด โดนบาร์ซ่า ถล่มเละ 4-0 แม้จะล้างแค้น ชนะคืนด้วยสกอร์ 3-1 แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะจบตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

ดูเหมือนว่า เป๊ป จะทำทีมมุ่งเน้นเกมรุกมากเกินไปหน่อย จนละเลยเกมรับ เพราะถึงแม้จะยิงไปแล้วเกิน 50 ประตู แต่โดนทะลวงตาข่ายถึง 29 ลูก มากสุดในบรรดาท็อปซิกซ์ของตาราง

สถานการณ์ทำท่าว่าจะดีขึ้น เมื่อได้ กาเบรียล เฮซุส ศูนย์หน้าดาวรุ่งวัยแค่ 19 ขวบ ที่เซ็นสัญญาตั้งแต่ซัมเมอร์ แต่เพิ่งมาร่วมทีมเมื่อตลาดเดือนมกราคม

และก็ระเบิดฟอร์มสุดยอด ลงเล่นตัวจริงในลีกแค่ 2 นัด ยิงไป 3 ประตู แต่โชคชะตาช่างเล่นตลกเหลือเกิน เมื่อได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก น่าจะพักยาวจนจบฤดูกาลนี้

แน่นอนล่ะ ความหวังอันดับ 1 ของทีม กลับมาเป็น เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ อีกครั้ง แต่อนาคตของดาวยิงฟ้า-ขาว ในถิ่นเอดิฮัด ก็ใช่ว่าจะแน่นอนซะที่ไหน

ไปดูทางฝั่งทีมเยือน โมนาโก กันบ้าง จ่าฝูงลีกเอิง ฝรั่งเศส ปีนี้ผลงานไม่ธรรมดา มีลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 17 ปี เลยเชียวนะ

จุดแข็งของโมนาโกชุดนี้ อยู่ที่เกมรุกอันทรงพลัง เพราะนักเตะแทบทุกคนในทีมสามารถยิงประตูได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการยิงประตูจากคนไม่กี่คน

แล้วสถิติการยิงประตูของยอดทีมจากแดนน้ำหอม ยอดเยี่ยมสุดๆ ยิงกระจุยกระจายถึง 76 ตุง มากสุดในบรรดา 5 ลีกใหญ่ยุโรป

นำโดย ราดาเมล ฟัลเกา ที่กลับต้นสังกัดเดิมอีกครั้ง หลังหลงทางเสียเวลายืมตัวที่เมืองผู้ดี ด้วยผลงาน 22 ประตูรวมทุกรายการ ตามด้วย 2 ศูนย์หน้าคู่หูเลือดน้ำหอม วาเลเร่ แชร์กแมง และ กีแลง เอ็มบัปเป้

นอกจากนี้ แผงมิดฟิลด์มีดาวรุ่งที่น่าจับตามอง และตกเป็นเป้าหมายของบรรดายักษ์ใหญ่ นั่นคือ แบร์นาร์โด้ ซิลวา วัย 22 ปี กับ โธมัส เลอมาร์ อายุ 21 ปี โดยเฉพาะฝ่ายหลังนั้น ติดทีมยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมาด้วย

แต่ในจุดแข็ง ย่อมมีจุดอ่อน เนื่องจากแผงหลังของทีม ช่างแตกต่างกันสุดๆ ในลีกแข็งแกร่งเหลือเชื่อ แต่เวลาลงเล่นยุโรป เสียประตูแทบทุกนัด

สำหรับในนัดนี้ เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกันในรายการสโมสรยุโรป แมนฯ ซิตี้ มีสถิติในการพบกับสโมสรจากฝรั่งเศส 3 นัด ยังไม่แพ้ใคร (ชนะ 1 เสมอ 2)

ล่าสุดพบกับ เปแอสเช ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ชนะในบ้าน 1-0 และบุกไปเสมอที่ปารีส 2-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของสโมสร ในรายการนี้

แถมพกสถิติยอดเยี่ยม เกมเหย้าในแชมเปี้ยนส์ ลีก 9 นัดหลังสุด ไม่แพ้ใคร (ชนะ 6 เสมอ 3) อีกทั้งเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่เคยทำทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูซีแอลเลย แม้แต่ครั้งเดียว

ยังไม่หมดแค่นั้น เป๊ป เคยเป็นผู้เล่นบาร์ซ่า ชุดเอาชนะโมนาโกทั้งเหย้าและเยือน ในรอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 1993-94 อีกด้วย

แต่ทีมเยือน ก็ใช่ย่อย เพราะถูกชะตาเป็นอย่างมาก เวลาเจอทีมจากพรีเมียร์ลีกในรายการนี้

ทำเป็นเล่นไป สถิติของโมนาโก ในการดวลกับพวกผู้ดี เฉพาะถ้วย “บิ๊ก เอียร์” ทั้งหมด 10 นัด ถือว่าดีมาก ชนะถึง 5 เสมอ 3 แพ้แค่ 2 ด้วยวีรกรรมช็อกโลกเหล่านี้

1997-98 เขี่ยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบ 8 ทีม

2003-04 หักอกเชลซีในรอบตัดเชือก

2004-05 ชนะลิเวอร์พูลในรอบแบ่งกลุ่ม

2014-15 น็อกอาร์เซนอล ร่วงรอบ 16 ทีม

และล่าสุด 2016-17 ปราบสเปอร์ส ด้วยสกอร์ 2-1 ทั้งเหย้าและเยือน ในรอบแบ่งกลุ่ม และมีส่วนในการเขี่ยคลับไก่ ลงไปลุ้นแชมป์ยูโรป้า ลีก

คู่นี้บอกได้เลยว่า สูสีอย่างแน่นอน 2 ทีมที่เกมรุกดีมาพบกัน น่าจะเปิดเกมรุกสู้กันได้สนุก แต่ที่สำคัญเลยก็คือ ใครผิดพลาดในแนวรับน้อยกว่า ก็จะมีโอกาสเป็นผู้ชนะสูง

โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในรายการนี้ “เกมรับ” ต้องมาก่อน จะมัวแต่บุกเพลินๆ ไม่ได้เลยเชียว

เจ้ามือหวยโดนจับคาโพย ฝากสื่อบอกลูกค้า งวดนี้โมฆะ

ตำรวจบุกจับเจ้ามือหวยใต้ดินสัตหีบ หนีไม่พ้น-โพยยังคามือ ฝากสื่อประกาศไปยังลูกค้า งวดนี้ถือเป็นโมฆะทั้งหมด

(16 ก.พ.) นายนรเสฏฐ์ ศรีตะพัสโส นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสอาด ผกก.สภ.นาจอมเทียน สนธิกำลังจับกุมตัว น.ส.ชุลีพร ศรศรี หรือฉายา “เจ๊ทิพย์ หนองจับเต่า” อายุ 51 ปี ภายในบ้านเลขที่ 6/9 ม.7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังเป็นเจ้ามือรับแทงพนันหวยใต้ดิน พร้อมของกลางโพยหวยมูลค่านับแสนบาท และเงินสดจำนวนหนึ่ง

น.ส.ชุลีพร รับสารภาพว่า เป็นเจ้ามือรับแทงหวยใต้ดินมานานกว่า3 ปี เคยถูกจับเพียงครั้งเดียว ทุกวันหวยออกจะมีลูกค้าจดโพยนำมาส่งให้ที่บ้านและระบบทางไลน์ รวมทั้งทางโทรศัพท์ จากนั้นตนจะรวบรวมโพยหวยทั้งหมด ถ่ายรูปส่งผ่านไลน์ให้กับ เจ๊เตี้ย เจ้ามือหวยรายใหญ่ในตัวจังหวัดจันทบุรี

ทั้งนี้ตนจะได้ค่าตอบแทนคิดเป็นร้อยละ 30 บาท ตกงวดละประมาณ 6-7 หมื่นบาท แต่ครั้งนี้มาถูกจับจึงอยากประกาศไปยังลูกค้าให้ทราบโดยทั่วกันว่า ขณะนี้ตนถูกจับแล้ว โพยหวยทั้งหมดถือเป็นโมฆะ ตนจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจะต้องรับชดใช้จนเป็นหนี้ท่วมหัวแน่นอน จึงฝากสื่อช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย

นายนรเสฏฐ์ เปิดเผยว่าการเข้าจับกุมในครั้งนี้ เนื่องจากมีประชาชนเข้ามาร้องเรียนจำนวนมาก ถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหา ที่เปิดรับแทงหวยใต้ดินในช่วงวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงนำกำลังเข้าจับกุมขณะกำลังนั่งจดโพยหวยอยู่ใต้ถุนบ้าน ซึ่งเป็นที่เปิดโล่ง มองเห็นจากภายนอกอย่างชัดเจน

เบื้องต้นได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ดำเนินคดีในข้อหาเป็นเจ้ามือสลากกินรวบ (หวยใต้ดิน) รับกิน รับใช้ พนันเอาทรัพย์สิน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ทหารบุกจับบ่อนคาสิโนกลางเมืองขอนแก่น

จากกรณีกำลังทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 หรือ (กกล.รส.จว.ขอนแก่น) บุกเข้าตรวจค้นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น เลขที่ 25 / 210 ถนนมะลิวัลย์ ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่เปิดเป็นบ่อนไพ่วน หรือสเตอร์ ขนาดใหญ่ จับกุมนักพนันได้ 37 คน พร้อมเงินของกลางจำนวน 310,000 บาท และตรวจยึดรถยนต์จำนวน 20 คันเพื่อตรวจสอบ

ล่าสุด ได้มีนักพนัน (ขอสงวนชื่อ) ที่จำนำรถไว้ที่บ่อนคาสิโนดังกล่าว เมื่อทราบข่าวว่าบ่อนถูกเจ้าหน้าที่บุกจับ จึงต้องการรถคืน แต่เมื่อติดต่อสอบถามไปที่ สภ.หนองเรือ ปรากฎว่าตำรวจอ้างว่า ไม่มีเหตุจับบ่อนการพนัน รวมทั้งไม่มีการนำส่งของกลาง ทั้งเงินสดรวมทั้งรถยนต์มาลงบันทึกประจำวัน

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ผกก.สภ.หนองเรือ เจ้าของพื้นที่ ได้ทำหนังสือถึง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ชี้แจงว่าตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อออนไลน์และสื่อโทรทัศน์ว่า มีการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน ตามเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น สภ.หนองเรือได้ตรวจสอบแล้ว ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมบ่อนการพนันตามที่เป็นข่าว และได้ตรวจสอบข้อมูลที่อาคารพานิชย์ดังกล่าวแล้ว ไม่พบการกระทำความผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า “เหตุการณ์ที่เป็นข่าว ตำรวจไม่ได้ร่วมสนธิกำลังเข้าทำการจับกุมนักพนันที่อาคารพาณิชย์ดังกล่าวกับทหาร เนื่องจากไม่ได้รับการประสานมา ส่วนที่มีภาพตำรวจอยู่ในเหตุการณ์นั้น ได้เรียกตัวมาสอบถามทราบว่า เป็นสายตรวจที่จะขับขี่รถไปตรวจเส้นนั้น เนื่องจากมีการแจ้งว่ามีบ่อนละแวกนั้น และพบว่ามีทหารเดินเข้า-ออก จำนวนหนึ่ง เมื่อทหารเห็นตำรวจ ก็บอกว่ากำลังถอนกำลังขึ้นรถตู้กลับไป ไม่มีการนำส่งของกลางไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือนักพนันรวมทั้งรถยนต์ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือแต่อย่างใด

ด้าน พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดที่เข้าจับนักพนัน กล่าวว่า ได้โทรศัพท์ประสานกับ ผกก.สภ.หนองเรือ ซึ่งได้แจ้งว่าจะส่ง ร.ต.ท.สัมฤทธิ์ บรรเทา มาดำเนินการ ต่อมามีตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศมาพร้อมลูกน้อง จึงส่งมอบนักพนันและเงินสดของกลาง 3.1 แสนบาท จากนั้นทหารและสื่อมวลชนก็ถอนตัวกลับไป แต่กลายเป็นว่าไม่มีคดี ปัญหาคือแล้วเงินของกลางหายไปไหน

“ทุกอย่างเราทำตามขั้นตอน กำลังทหารและสื่อมวลชนไปเต็มรถตู้ ภาพถ่ายคลิปการจับกุมก็มีละเอียดทุกขั้นตอน หลักฐานชัดเจน ตอน ผกก.โทรมา นักข่าวหลายสำนักก็ได้ฟัง ตอนส่งของกลางเงินสามแสน ผู้สื่อข่าวก็เป็นพยานได้ แล้วจู่ๆ กลายเป็นว่าผู้ต้องหาและเงินล่องหน ” พ.ท.พิทักษ์พล กล่าว
ต่อมา นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้ นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ นายอำเภอหนองเรือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ซึ่งนายวรทัศน์ ได้มีหนังสือรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรหนองเรือว่า ไม่ได้ร่วมหรือได้รับการประสานในการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามที่เป็นข่าว และยังไม่ได้รับผู้ต้องหาพร้อมของกลางแต่อย่างใด

สุดสลด! ‘ชายตาบอด’ ถูกไฟคลอกดับสยองคาที่นอน

ชายพิการทางสายตา นอนอยู่ในห้องเช่าตามลำพัง ถูกไฟเผาไหม้จนศีรษะและร่างกายบางส่วนดำเกรียมอยู่บนซากที่นอน เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุการเสียชีวิต

เมื่อเวลา 19.00 น. (16 ก.พ.60) ภายในห้องแถวบริเวณฝั่งตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พบทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยนครสวรรค์สามารถควบคุมต้นเพลิงที่ห้องเช่าหมายเลข 6 ไว้ได้หมดแล้ว ด้วยการช่วยกันนำน้ำจากห้องน้ำภายในห้องดังกล่าวมาช่วยกันดับไฟ จึงทำให้ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนภายในห้องเช่าดังกล่าว กลับพบศพผู้เสียชีวิตถูกไฟเผาไหม้จนศีรษะและร่างกายบางส่วนดำเกรียมอยู่บนซากที่นอน ซึ่งทราบชื่อ คือนายวิเชษฐ คงยุทธ ชายพิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง และไม่สามารถเดินได้ มาเช่าห้องอยู่เพียงตามลำพัง โดยมี น.ส.พิลาวัลย์ คงยุทธ บุตรสาวของผู้ตาย กำลังยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าตื่นตกใจ

จากการสอบปากคำ น.ส.พิลาวัลย์ บุตรสาวผู้ตาย ให้การว่า บิดาป่วยเป็นโรคเบาหวานขึ้นตา จนทำให้ตาบอดทั้งสองข้าง และไม่สามารถเดินได้ รวมถึงได้หย่าร้างเลิกกับมารดามานานกว่า 10 ปีแล้ว และปัจจุบันมาเช่าห้องพักที่เกิดเหตุอยู่เพียงลำพัง โดยมีตนกับพี่สาวจะคอยสับเปลี่ยนกันนำอาหารมาให้ทั้งเช้าและเย็นทุกวัน

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนได้นำอาหารมาให้บิดาตามปกติ แต่พอมาถึงก็ต้องตกใจ เพราะเปิดประตูห้องเข้าไป พบว่ามีควันลอยฟุ้งอยู่เต็มห้องไปหมด จึงได้รีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่า บิดาตนถูกไฟคลอกตายคาซากที่นอนไปแล้ว

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่นายวิเชษฐถูกไฟไหม้จนเสียชีวิตคาที่นอนได้ เนื่องจากบริเวณด้านข้างที่นอนอยู่ติดกับสายไฟฟ้าตรงกำแพง แต่ก็ไม่พบว่ามีไฟรั่วไหล

ส่วนทางบุตรสาวให้การว่า บิดาเป็นคนสูบบุหรี่ ซึ่งสอดคล้องกับในที่เกิดเหตุ พบก้นบุหรี่ตกอยู่ จึงอาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ผู้ตายอาจจะเผลอทำสะเก็ดไฟจากบุหรี่หล่นใส่ที่นอนจนเกิดไฟไหม้ก็เป็นไปได้ ซึ่งจะมีการส่งศพไปผ่าพิสูจน์ยังโรงพยาบาลนเรศวรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อุทาหรณ์ สาวประเภทสองศัลยกรรมหน้าอก ช็อกยาสลบหลับไม่ฟื้น

(17 ก.พ.) โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่โพสต์เรื่องราวน่าเศร้า ระบุว่า “น้องมด” เพื่อนสาวประเภทสองตัดสินใจไปทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 แต่สุดท้ายช็อกยาสลบร่างกายรับไม่ไหว และเสียชีวิตในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยผู้โพสต์ระบุว่า ยาสลบที่ทางคลินิกให้กับผู้เสียชีวิตก่อนผ่าตัด เป็น “ยาแบบสลบแบบกิน” หลังได้รับยาสลบก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย นอนสลบไม่รู้สึกตัวนานกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนสิ้นลม จึงอยากให้เรื่องนี้เตือนใจหลายๆคนว่า การทำหน้าอกไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ควรศึกษาหาข้อมูลและคลินิกที่ไว้ใจได้

สำหรับคลินิกที่เกิดเหตุ ผู้โพสต์อีกรายระบุว่าคนรู้จักของตนเคยไปทำแล้วก็เกือบตาย จนมาถึงเคสล่าสุดคือน้องมดที่เสียชีวิต หวังว่าจะเป็นการสูญเสียครั้งสุดท้าย โดยข้อมูลระบุว่า คลินิกแห่งนี้มักมีโปรโมชั่นเสริม ราคาถูก ผ่อนจ่ายได้ จึงมีหลายคนที่ตัดสินใจไปทำ

อย่างไรก็ตามเพื่อนระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวอยู่แล้วก่อนที่จะไปศัลยกรรม ส่วนทางคลินิกได้แสดงความรับผิดชอบกับครอบครัวทุกอย่าง จึงไม่ได้มีการฟ้องร้องแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบไปยังเฟซบุ๊กของ “น้องมด” มีการโพสต์ภาพเตรียมเงินที่สะสมไว้ไปทำหน้าอกอย่างที่ฝัน และโพสต์สุดท้ายระบุว่า “คุ้มครองลูกช้างด้วย” ด้วยเธอเองก็มีความกลัวและกังวลในการทำศัลยกรรมครั้งนี้อยู่ไม่ใช่น้อย

ลางบอกเหตุ หนุ่มห้ามแฟนไม่ฟัง ขี่รถไปไม่กี่นาทีประสานงาดับ

หนุ่มเกิดลางสังหรณ์สะกิดใจ ห้ามแฟนสาวไม่ให้ขี่รถออกจากบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ฟัง ไม่กี่นาทีได้ยินข่าวรถชนประสานงาเสียชีวิตคาเสาไฟฟ้า

ผ่านมา พ.ต.ต.ธีทัต ตรุณจันทร์สารวัตร(สอบสวน)สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 รายเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณแยกทางรถไฟชัยพฤกษ์ 2 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ 125 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเทียน อคก 544 กรุงเทพ ชนกับจักรยานยนต์ซูซูกิ เบส สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพพังยับเยินทั้ง 2 คัน ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บนอนเจ็บอยู่หลายราย

รายแรกได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นางดาว อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นชาย 2 คนและหญิงสาวชาวกัมพูชาอีกคน ซ้อนจักรยานยนต์ของผู้ตายมาอีก 1 คน มีบาดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ศีรษะและแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลบางละมุง

จากการสอบถาม นายมีชัย ไพร์เมธรเล็ก อายุ 44 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ตายขับขี่จักรยานยนต์มุ่งหน้าข้ามถนนแยกทางรถไฟ ส่วนผู้บาดเจ็บได้ขับขี่มาตามถนนเลียบทางรถไฟด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นจุดตัดทางแยก จึงเกิดการชนเข้าอย่างจัง ทำให้รถของผู้ตายและร่างกระเด็นไปฟาดกับเสาไฟส่องสว่าง ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในที่สุด

เบื้องต้นได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจะขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อรอให้ญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า หลังเกิดเหตุแฟนหนุ่มของผู้ตายเดินทางมาถึง เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจ โดยให้การว่าก่อนเกิดเหตุก็เพิ่งจะห้ามไม่ให้แฟนสาวขับขี่รถออกมา เพราะรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้น กระทั่งมาทราบข่าวว่าแฟนสาวเสียชีวิตในที่สุด จึงเสียใจที่ห้ามเอาไว้ไม่ได้

อ๊อฟ ปองศักดิ์ เคลียร์แล้ว ถูกมองโกนผม ประชดรัก!!

ออกมาเคลียร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่มพลังเสียงขั้นเทพ “อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์”

 อ๊อฟ ปองศักดิ์ เคลียร์แล้ว ถูกมองโกนผม ประชดรัก!!

หลังถูกจับตามองหนักมากเรื่องทรงผมที่เปลี่ยนไปถึงขั้นไถเกรียนทั้งหัว จนบรรดาแมงเม้าท์รวมถึงขาเผือกตีโจทย์กันไปต่างๆ นานา ว่า เจ้าตัวอาจจะต้องการประชดชีวิตรักหรือเปล่า??

ซึ่งล่าสุดขณะที่หนุ่มอ๊อฟเดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว “STAGE FIGHTER Round 2” เจ้าตัวก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจให้หายสงสัยแล้วว่า สาเหตุที่ตัดสินใจไถหัวเกรียนนั้นเกิดขึ้นจากอาการแฮงค์หลังปาร์ตี้ บวกกับรู้สึกรำคาญทรงผมเลยตัดสินใจตัดด้วยตัวเอง ซึ่งยืนยันหนักมากว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรักความช้ำใดๆ แน่นอน!!

ส่วนกรณีที่หลายคนแอบเม้าท์ว่าเจ้าตัวโมหน้าใหม่ถอยดั้งเบอร์ล่าสุดนั้น หนุ่มอ๊อฟเขาก็ยอมรับว่า ตัวเองเคยทำจมูกจริงแต่เป็นการทำที่นานมากแล้ว และสาเหตุที่ใบหน้าเปลี่ยนอาจจะเป็นเพราะวัยที่โตขึ้นมากกว่า เพราะไม่ได้มีการศัลยกรรมเพิ่มเติมใดๆ เลย…

หลายคนมองว่าเราหน้าเปลี่ยน ?
“มันเป็นเรื่องปกติมากเลยนะถ้าหากไปเทียบกับรูปเก่า ซึ่งเราก็ยอมรับว่าเราทำแต่เราก็ทำมานานมากๆ แล้ว สงสัยเป็นเพราะว่าเราโตขึ้นมั้ง มันก็เลยคงดูดีขึ้นตามวัย แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีการเติมแต่งเลย โอเคอาจจะมีโบท็อกซ์บ้าง ซึ่งมันก็คงไม่น่าจะทำให้หน้าเปลี่ยนหรอก มากสุดก็แค่กระชับในส่วนที่มันหย่อนคล้อยเท่านั้นเอง”

ชอบไหมกับใบหน้าเรา ณ ปัจจุบันนี้ ?
“ชอบนะ อ๊อฟชอบที่ตัวเองมีแก้ม แค่มันอาจจะทำให้เรารู้สึกอึดอัดนิดหน่อยเวลาทำงานหรือเวลาใส่เสื้อผ้า เพราะเราอ้วนขึ้นจริงๆ น้ำหนักขึ้นมาประมาณ 5-6 กิโลกรัมเลย (ยิ้ม)”

มีคนรอบข้างทักเยอะไหมว่าช่วงนี้เราดูดีขึ้น ?
“ส่วนใหญ่เขาทักทรงผมมากกว่า เพราะเมื่ออ๊อฟไม่เคยไว้ผมสั้นขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นเวลาที่คนอื่นเขาเห็นเขาก็อาจจะรู้สึกแปลกตา”

การที่เราตัดผมในครั้งนี้หลายคนก็สงสัยว่าเป็นเพราะว่ามีจุดประสงค์พิเศษอะไรหรือเปล่า ?
“ไม่เลยครับไม่ได้มีจุดประสงค์พิเศษอะไรเลย แค่แฮงค์ โกนหัวตัวเอง (หัวเราะ) คือช่วงนั้นเราก็แค่ปาร์ตี้ธรรมดาทั่วไป แล้วตื่นมารู้สึกรำคาญหัวเลยตัดสินใจโทรหาช่างตัดผมเจ้าประจำเพื่อให้เขาช่วยจัดการให้ แต่บังเอิญว่าวันนั้นเขาไม่ว่าง ซึ่งตอนแรกก็โอเคไม่เป็นไรรอได้ แต่ด้วยความที่อีกคืนเราไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ต่อแล้วเมา พอตื่นเช้ามานั่งแฮงค์ๆ รำคาญผมตัวเองด้วยก็เลยโกนเลย (ยิ้ม) ซึ่งพอสร่างเมาก็แบบรู้สึกว่าทำอะไรวะ (หัวเราะ) คือตอนที่ไถผมเราไม่ได้ไถข้างๆ ก่อนไง แต่เราไถตรงกลางก่อน ซึ่งมันไม่สามารถแก้ได้แล้วนอกจากต้องตัดทรงนั้นไปเลย”

ไม่ได้เป็นเพราะว่าเฮิร์ทหรืออะไรเลยใช่ไหม ?
“ไม่ได้เฮิร์ท ไม่ได้เฮิร์ท”

ไม่ได้ตัดผมเพราะประชดอะไรใครใช่ไหม ?
“ไม่ได้อะไรเลย เนี่ย ชอบแต่งเรื่องกัน (หัวเราะ)”

ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องประชดรักแน่นอน ?
“ไม่มี ไม่มี ไม่มีความรัก (หัวเราะ)”

สัญญากับทางค่ายตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ก็ยังอยู่ในช่วงคุยกันครับ คือทุกอย่างมันต้องใช้เวลาเนอะ แถมอ๊อฟเองก็อยู่กับที่นี่มา 12 ปีแล้ว อ๊อฟก็เลยรู้สึกว่าอ๊อฟอยากจะโต แต่อ๊อฟก็ไม่ลืมหรือว่าเนรคุณนะ อ๊อฟแค่รู้สึกว่าอ๊อฟอยากจะอยู่ในจุดที่เราสบายใจเพราะว่าเราทำงานมา 12 ปีแล้ว เราก็อยากลองทำในสิ่งที่เราอยากทำ อยากเลือกในสิ่งที่เราอยากเลือก เราอยากอยู่ในจุดที่เราสบายใจจังเลย”

แสดงว่าก็มีแนวโน้มที่จะไม่ต่อสัญญาเหมือนกัน ?
“อย่าเพิ่งตัดสินใจแทนสิ (หัวเราะ) ยังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยครับ แต่อยากจะบอกว่าอ๊อฟรักที่นี่มาก เพียงแต่ว่าบางเรื่องเราก็อยากจะอยู่แล้วมาเจอกันครึ่งทาง ไม่ใช่ให้เราเดินไปหาเขา หรือว่าให้เขาเดินมาหาเราอย่างเดียว ก็อยากให้มาเจอกันครึ่งทางจริงๆ”

ส่วนตัวเราเองอยากเป็นอิสระไหม ?
“ปัจจุบันนี้อ๊อฟคิดว่าเรื่องของเพลงถ้าให้พูดตรงๆ คือขายยากมาก เพราะว่าคนฟังเพลงเปลี่ยนนิสัยการฟัง ยอดขายจากการขายเพลงน้อยมาก ดังนั้นตัวศิลปินจึงอยากให้มีงานโชว์เยอะๆ แต่ว่าถ้าให้มีงานโชว์เยอะๆ เราก็ต้องมีงานเพลงที่ดีก่อน และงานเพลงที่ดีมันก็ต้องออกมาจากตัวตนของเราจริงๆ ดังนั้นหากคุยกันได้เจอกันครึ่งทางได้อ๊อฟก็สบายใจที่จะอยู่มากๆ อยู่แล้วครับ”